สิ่งที่ฝัน กับความเป็นจริง

นานแล้วที่ผมไม่ได้เล่นดนตรีจริงจัง


ไม่ว่าจะด้วยเพราะเหตุใดก็ตาม





ผมเริ่มเข้าใจเหตุผล ของการที่เราโตขึ้นแล้วจะเลิกเล่นดนตรีขึ้นมาทีละน้อย แต่ก่อนผมเคยนึกสงสัยว่า "เฮ้ย! คนเรามันจะไม่มีเวลาได้ขนาดนั้นเลยเหรอวะ"

แต่ตอนนี้ผมพอเก็ตบ้างแล้ว




ผมยอมรับว่าการเล่นดนตรีไม่ใช่ความฝันในวัยเยาว์ของผม เพียงแต่ผมรักมันขึ้นเรื่อยๆ


จากที่เคยฟังและร้องตาม เป็นฟังและเล่นตาม และเริ่มเล่นแบบเป็นตัวเอง

ความรู้สึกดีของดนตรีในใจผมจึงไล่มาเป็นลำดับๆ

จากการชอบฟัง ชอบร้อง มาเป็นชอบเล่น จนเล่นเป็น ฟังรายละเอียดเป็น โดยเฉพาะเสียงเบส




ตอนที่พวกเราจะหัดเล่นดนตรีอะไรสักอย่าง พวกเราคงนึกถึงกีตาร์ บางคนก็คงได้หัดกับเปียโน(พวกเรียนเปียโนมักจะอนาคตไกลกว่า เท่าที่ผมเห็น) แต่ผมหัดเล่นเบส

ผมไม่เคยรู้ว่าเบสมีไว้ทำอะไร จนได้มาเล่นเอง

ในมโนภาพผม มองเห็นเบสเป็นผนังห้อง หรือเฟรมผ้าใบที่ลงสีพื้นหลังไว้แล้ว มันเป็นแค่สีแบ๊คกราวด์ หลายคนเลยไม่ค่อยสังเกต

ตั้งแต่เริ่มหัดเล่น ผมพบว่ามันมีพลังมากพอสำหรับเพลงๆนึง ที่จะทำให้เพลงนั้นนุ่มนวลหรือดุดันได้


ผมเริ่มรักพลังนี้ขึ้นมา จากที่เคยได้รักเวลาได้เล่น จนเป็นเวลาแค่ฟังออก ก็อมยิ้มตามได้ ว่าเจ้าของสำเนียงพยายามสื่ออะไร

เพราะเสียงเบสฟังยาก แต่ ไม่ยากจะเข้าใจ


จนถึงวันนี้ จากการฟังธรรมดา ดื่มด่ำไปกับท่วงทำนองแล้ว ผมก็เดินทางมาถึงช่วงการพัฒนาการฟังไปถึงคุณภาพของเสียงเบส



เป็นธรรมดาที่เรามีประสบการณ์มากขึ้น ก็ทำให้เราเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

เพียงแต่ ผมอยากกลับไปอยู่ในขั้นที่แล้วมากกว่า การที่คนเรารับรู้คุณภาพเสียงของเครื่องดนตรีได้บ้างเล็กน้อย ก็ทำให้เกิดอะไรตามขึ้นมาอีกหลายอย่าง






สิ่งที่เป็นผลกระทบสำหรับตัวผมเอง เป็นผลมาจากความไม่พอใจในคุณภาพของเสียง จนไม่สามารถดื่มด่ำในบางบทเพลงได้

สองเรื่องใหญ่ๆที่เป็นต้นเหตุของความรู้สึกนี้ มาจาก User และ Hardware

ในเรื่องของผู้เล่นผมคงไปกะเกณฑ์อะไรมากไม่ได้ ชอบก็ฟัง ไม่ถูกใจก็จงเฉยๆ เพราะคนเราล้วนต่าง อันนี้เข้าใจ


แต่ที่มาของปัญาและตัณหา มันอยู่ที่ตัวเครื่องดนตรี....


มันอาจค่อนข้างเป็นทุกข์ เมื่อไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ส่วนตัวที่ใช้ที่ดี

มันอาจจะต้องขวนขวาย มันอาจจะต้องอยากได้อยากมี


มันเป็นกิเลส


โดยปกติ ถ้าเราเป็นคนป่า มาเจอเบสตัวนึง มันก็คือฟืนรูปร่างแปลกๆท่อนนึง เผาแ้ล้วติดไฟได้

แต่เราที่เป็นนักดนตรี หรือพ่อค้า สามารถระบุกลไกราคา และให้คุณค่ากับมันได้


ท่อนฟืนท่อนนึงที่เค้าบอกว่าดีๆหน่อย จึงมีราคาไม่ต่ำกว่าห้าหมื่น!


แต่ท่อนฟืนราคาห้าหมื่น มันสามารถสนองกิเลสคนได้ เป็นไปตามระบบทุนนิยมของโลกมนุษย์

ระบบที่นักดนตรีต้องการตอบสนองตัณหาของตัวเองด้วยคุณภาพเสียงที่สูงๆขึ้นไป

นำพาก่อให้เกิดความอยากได้อยากมีของนักดนตรีจนๆ เด็กๆ นักดนตรีใหม่ๆ

ก่อให้เกิดความทุกข์


ผมกำลังติดอยู่ในบ่วงนี้...

ผมฝันว่าจะมีเครื่องดนตรีที่ตอบสนองคุณภาพเสียงที่ผมต้องการได้

ผมเกือบจะมีฝันที่เป็นจริง


แต่ความเป็นจริงมันก็โหยร้ายกว่าเสมอ




มันทำให้ผมได้กลับมาคิด ว่าความจริงแล้ว เราจะเล่นดนตรีไปเพื่ออะไร

ความจริงแล้ว ความสุขของการเล่นดนตรีอยู่ตรงไหน



ความผิดหวังครั้งนี้ทำให้ผมได้คิด ว่าความผิดหวังก็เป็นหนึ่งในเรื่องธรรมดาของชีวิต

ความจำเป็น คือสิ่งที่เราต้องไตร่ตรอง และกำลังฐานะ คิดสิ่งที่เราต้องระลึกไว้ ว่าจะทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่




ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนผมยังเด็ก คงเสียใจฟูมฟาย


แต่ในเมื่อเราโตขึ้น เราก็ต้องเข้าใจอะไรมากขึ้น






ผมบอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้ยังมี! และถ้าเราพยายามสักวันมันต้องมาถึง

กับวันที่ผมจะมีท่อนฟืนราคาสูงกว่าห้าหมื่นเป็นของตัวเอง





ชีวิตในตอนนี้.....สิ่งที่ควรเป็น.....คิดกลับมาดื่มด่ำกับท่วงทำนองของดนตรี


โดยที่มีความฝันว่า เราจะมีท่วงทำนองของตัวเองแบบนี้ล่ะ...ไปพลางๆก่อนละกัน 





เนอะ!^^


ทำดีต้องดี

นายอุ๋มอิ๋ม
05 ก.พ. 2010 เวลา 20:21 น.

Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic